บลูเบอรี่ชีสเค้ก คีโต (Blueberry Cheesecake Keto) สูตรทำง่าย อร่อย ให้คุณฟินกับความหอมของครีมชีส หวานอมเปรี้ยว ฟินมากๆ หากไม่ชอบรสน้ำตาลอิริทริทอล สามารถเพิ่มไซรัปหญ้าหวานลงไปผสมได้ หรือสามารถเปลี่ยนไปใช้น้ำตาลหล่อฮั้งก๊วยก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ลองทำทานคู่กับชา หรือกาแฟดำดูนะคะ อร่อยมากๆค่ะ

บลูเบอรี่ชีสเค้ก คีโต สูตรทำง่าย อร่อย ให้คุณฟินจุใจ

(Blueberry Cheesecake Keto)

Recipe by Made In Recipes
0.0 from 0 votes
Course: ขนมคีโตCuisine: ขนมคีโตDifficulty: ง่าย/ผู้เริ่มต้น
จำนวนที่

12

ชิ้น
เวลาในการเตรียม

30

minutes
เวลาในการทำ

55

minutes
เวลาทั้งหมด

1

hour 

25

minutes

ส่วนผสม

วิธีทำ

  • ซอสบลูเบอร์รี่
  • ใส่บลูเบอร์รี่ น้ำตาลและผิวมะนาวลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน เคี่ยวต่ออีก 10 นาทีจึงยกลงจากเตา เทลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อซอสเนียน เทใส่ถ้วย พักไว้ให้เย็นสนิท
  • ฐานครัสต์
  • เปิดเตาอบไว้ที่ 175 องศาเซลเซียส เตรียมพิมพ์แบบถอดก้นได้ ขนาด 8 นิ้ว ห่อก้นพิมพ์และขอบด้านนอกด้วยแผ่นฟอยด์ (เพื่อกันไม่ให้น้ำเข้าไปในเค้กเวลาอบ) สเปร์ยด้านในพิมพ์ด้วยน้ำมันให้ทั่ว พักไว้
  • ใส่เนยลงในชามแก้ว นำเข้าละลายในไมโครเวฟ จากนั้นเติมแป้งอัลมอนด์ อัลมอนด์สับ อบเชยป่น เกลือและน้ำตาลลงในชามเนย คนให้เข้ากัน แล้วเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ ใช้ก้นแก้วที่แบนๆหรือหลังช้อนกดส่วนผสมให้เรียบเสมอกันทั่วพิมพ์
  • นำเข้าอบประมาณ 10 นาที จึงยกออกจากเตา พักไว้
  • ชีสเค้ก
  • ใส่ครีมชีสลงในโถเครื่องตี ใช้หัวตีแบบใบไม้ ตีจนเนื้อเนียนดี คอยปาดข้างๆโถบ้างเป็นครั้งคราว
  • เติมน้ำตาลและครีมเปรี้ยว ตีต่อจนเนียน จึงใส่ไข่ทีละฟอง ตามด้วยน้ำมะนาวและกลิ่นวนิลา คอยปาดข้างโถบ้าง ตีจนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • เทลงใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้
  • ค่อยๆตักซอสบลูเบอร์รี่หยอดลงไปเป็นจุดๆ ทีละ 1 ช้อนโต๊ะจนทั่วเค้ก ใช้มีดปลายแหลมหรือไม้จิ้มฟันคนซอสวนไปมา จนได้ลายตามต้องการ
  • นำพิมพ์เค้กวางบนถาดอบ เทน้ำร้อนลงไปบนถาด สูงประมาณ 1 ซม.
  • นำเข้าอบในชั้นกลางของเตา ประมาณ 45 นาที จนขอบเค้กเริ่มเป็นสีเหลืองทอง
  • ปิดไฟเตาอบ ใช้พายไม้แง้มประตูเตาอบไว้นิดนึง ทิ้งเค้กไว้ในเตาอบอีก 1 ชม. แล้วจึงยกออกจากเตามาพักไว้บนตะแกรงจนเค้กเย็นสนิท
  • แช่ตู้เย็นทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืน จึงนำออกจากพิมพ์ หั่นสไลด์เป็นชิ้นๆตามต้องการ เสิร์ฟเย็นๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: mamabearscookbook.com

Pin It on Pinterest